ข้อดีของการเป็นเด็กทุน

posted on 11 Oct 2008 01:52 by moonshines

ก่อนอื่น เรามานิยามคำว่า "เด็กทุน" กันก่อน


เด็กทุน ในที่นี้ หมายถึงนักเรียน หรือนักศึกษา ที่ใช้เกรดแลกเงิน
(ฟังดูเหมือนทำไซด์ไลน์ยังไงไม่รู้ น่าเกลี๊ยดน่าเกลียด )

 

ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเด็ก (อาจจะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา) ที่อยู่ในโครงการพิเศษต่างๆ ล่ะค่ะ
อย่างคณะวิทยาศาสตร์จะมีโครงการพิเศษเยอะหน่อย เช่นโครงการ พสวท.
โครงการ สควค (ส่งเสริมครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์) โครงการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ และอื่นๆ

อย่างทุนที่น่าจะรู้จักกันดีอีกทุนการศึกษาของไทยก็คือ
ทุนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ทุน ก.พ.

ที่เป็นทุนให้สอบชิงทุนไปต่างประเทศนั่นแหละค่ะ



เด็กทุนจริงๆ อาจจะไม่ได้มีฐานะยากจนก็ได้
(ก็ไม่รู้จะมาเอาทุนทำไมเนอะ แต่จริงๆ เค้าก็มีสิทธิ์ ... ที่แย่งชิงคนอื่นเค้ามาได้
สมควรมั้ยอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน)
จริงๆ เราเคยคิดว่าเด็กทุนต้องมีฐานะค่อนข้างยากจน เข้าตำราเด็กเรียนดีแต่ยากจน
แต่พอมาเป็นเด็กทุนซะเอง ...
(ถือว่าตัวเองจนมั้ยหว่า ก็จนนะ แบบว่าต้องหาเงินเรียนเองอ้ะ ที่บ้านไม่ส่งเสีย 55 )
เพื่อนๆ หลายๆ คนที่เป็นเด็กทุนกลับมีฐานะไม่ลำบากอะไร บางคนค่อนข้างร่ำรวยด้วยซ้ำ
เคยได้ยินว่าบางคนไปสมัครทุนกู้ยืม เอาเงินมาฝากเอาดอกเบี้ยเล่นๆ
แล้วพอเรียนจบก็ค่อยเอาเงินไปคืนซะงั้น
...เออเนอะก็ว่ากันไป จริงๆ ไม่อยากออกความเห็นแต่ก็คิดว่าไม่สมควร
(แล้วจะบอกว่าไม่อยากออกความเห็นทำไมเนี่ย )



จริงๆ ก็เป็นเด็กทุนมาตั้งแต่ ม.ปลายนะ แบบว่าได้ยกเว้นค่าเล่าเรียน (พันกว่าบาทต่อเทอม)
เพราะได้เกรดสะสม 3.50 ขึ้นในชั้น ม.ต้น

แต่ไม่ได้อะไรหรอกนอกจากเว้นค่าเล่าเรียน ค่าขนมก็ไม่ได้เพิ่ม



แต่การมาเป็น "เด็กทุน" ตอนเข้ามหาวิทยาลัยนี่สิ ทำให้ได้อะไรหลายๆ อย่าง
มาดูกันค่ะว่า ข้อดีของการเป็นเด็กทุนนี่มันมีอะไรบ้าง



1. "เครดิต"

 

 

ที่มา:  http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/newimages/credit-card.jpg


ก่อนอื่น จากนิยามของคำว่า "เด็กทุน" ในข้างบน มันทำให้เราอนุมานได้ว่า
เด็กทุนต้องเก่ง (เพราะใช้เกรดเรียนหนังสือ) ต้องขยัน มีความรับผิดชอบ
(ไม่งั้นมันอาจจะหลุดทุนได้ อะไรก็ว่าไป)
ทั้งที่จริงๆ มันอาจจะขี้เกียจ แอบอู้มาอัปบล็อกตอนสอบก็ได้ (เอิ่ม ยกตัวอย่างได้กระแทกใจยังไงไม่รู้ )

ด้วยความที่ไม่มีใครรู้ตัวตนของเราแต่แรก และไม่มีใครรู้เกรดของเรา (วะฮ่าฮ่า)
แต่ด้วยคำว่า "เด็กทุน" ตัวเบ้งๆ ที่แปะหน้าผากเราเอาไว้
มันจะทำให้คำนิยามต่อๆ มา (เก่ง ขยัน รับผิดชอบ บลาๆ) เด้งมาแปะหน้าผากเราเป็นทอดๆ โดยอัตโนมัติ



ได้อะไร?



ได้เครดิตไง (แป่ว)
ถึงแม้มันจะไม่ได้บอกศักดินาของเราในใบปริญญา
แต่เวลาไปบอกใคร หรือไปสมัครงาน มันจะได้เครดิตตรงนี้ขึ้นมาค่ะ
อาจารย์ในคณะก็ให้ความเอ็นดู๊เอ็นดู มีข่าวอะไรก็จะคอยบอก สมัคร ป.โทหรือยังลูก
มีทุนนี้ด้วยนะ สนใจก็ลองไปดูนะลูก อะไรประมาณนี้

แต่นิยามเด็กทุนว่า "เนิร์ด" ก็มีเน้อ โดนมาเต็มๆ เลย 555
อาจารย์ที่ไม่ชอบเด็กทุน ก็มีอีกนั่นแหละ เพราะมันโดนโอ๋เกินไป
อันนี้ก็แล้วแต่คนอ้ะนะ



2. "โอกาส"

 

ที่มา:  http://spectrum.mit.edu/wp-content/images/2004-fall/the-chance-to-soar.jpg


เป็นเด็กทุนจะมีโอกาสได้ทำกิจกรรมหลายๆ อย่าง
ทั้งในเชิงวิชาการและไม่วิชาการ เพราะมีเงินที่เค้าให้มาตรงส่วนนี้ (คือเขียนโครงการขอเอาก็ได้)

อย่าง 4 ปีในการเป็นเด็กทุนของเรา
เราเคยเข้าค่ายปรับพื้นฐานก่อนเข้าปี 1 เคยไปทัศนศึกษา (เชิงท่องเที่ยว) ที่ประเทศมาเลเซีย
เคยไปทัศนศึกษาที่ Science Park หรือ NSTDA เคยไปตึกลูกเต๋า ไปสถานีสะแกราช ไปฟาร์มโชคชัย
เคยมีอาจารย์ที่เก่งมากๆ มาให้ความรู้เรื่อง Cos